ความจริงในวัยของเรา..มีเพื่อนมาก .คนรู้จักมาก..สิ่งที่เราได้พบเจอ คือ งานพิธีศพ คนที่จากเราไป..ความจริงของอายุขัย..วันเวลาผ่านไป ขีวิตเราก็จะสั้นลงไปทุกวัน .เราจึงต้องไม่ประมาท .คำว่าไม่ประมาทนั้น คือ กรรมของเรา การสร้างความดี สร้างบุญกุศล คือ ทาน ศีล ภาวนา
กรรมดี คือ คิดดี พูดดี ทำดี...กรรมของเรา เริ่มจาก คิด ปรุงแต่ง แสดงออก คำพูด และ ทำ ทุกอย่างเริ่มต้นมาจากเรา หรือ จิต นั่นเอง..การเกิด ดับ คือ การปรุงแต่ง เป็นสภาวะอารมณ์ที่เกิดจากตัวเรา จิตภายในกาย ที่เกิดการรับรู้
ถ้าเราจะทำความเข้าใจง่ายๆ พุทธะ สอนให้เรารู้จิตของเรานั่นเอง เมื่อรู้ที่มา คือ รู้ที่เหตุ การเกิด ดับ มาจากเรา ไม่ใช่การตายจากไป ซึ่งหมายถึง จิตที่ไม่มีกาย เมื่อไม่มีกาย ก็เป็นสภาวะของความว่าง ...ก็มีแค่นี้ กิเลส มาจากจิตกับกาย สร้างความคิด การปรุงแต่ง การรับรู้ขึ้นมา. ความเป็นจริง ของสัตว์โลกที่มีชีวิตอยู่
ความทุกข์ที่แท้จริง.มาจากจิตของเรา.ที่เกิดการรับรู้ได้จากผัสสะ ด้วยรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
การบังคับจิตเรา รู้ทันความคิด การปรุงแต่ง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในความเป็นจริง ไม่ว่าเราจะหนีไปอยู่ในสภาพไหน แม้แต่การเป็นนักบวชก็ตาม เพราะจิตเรายังอยู่ในกาย การบังคับไม่ให้ปรุงแต่ง คือไม่ให้เกิดกิเลส จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้เราจะรู้ทันความคิด และพยายามบังคับไม่ให้การเกิดปรุงแต่งก็ตาม
การทำให้จิตหรือเราที่ยังอยู่ในกาย ให้อยู่ในสภาวะของความว่างเปล่า จึงทำได้ไม่ง่าย แม้แต่เป็นนักบวช เราต้องรู้ เหตุของทุกข์ เพื่อหาทางดับทุกข์ให้ออกจากจิตเรา ..ถ้ายังมีห่วงในจิต คือ มีพันธะ ภาระ ครอบครัว จึงทำได้ยาก พุทธะจึงต้องสละสิ่งที่ใกล้ตัวทั้งหมดออกไปก่อน .ให้เกิดเป็นความสันโดด..จิตพ้นห่วงพันธะตรงนี้ ให้หมดไป
การบรรลุโสดาบัน ยังเป็นไปได้ยาก อย่าหวังไปสู่นิพพาน ที่ไม่มีเกิด มีดับ. .โอกาสสุดท้ายของจิต จึงสำคัญที่สุดในความหมายไปสู่ภพที่ดี..จิตไม่มีห่วงพันธะ หลุดพ้นความผูกพันที่เรามีอยู่..เป็นไปได้ยากหรือง่ายใน ปุถุชน ที่ต้องฝึกปฏิบัติ..แค่รู้ธรรม แต่อวดรู้ อวิชชาทั้งหลาย .อธิบายแม้จิตตนเองยังไม่ได้..
การปฏิธรรม คือ การรู้ตัวตนของเรา รู้จิตของเรา พิจารณาตามความจริงที่ผ่านมาในชีวิตเรา ..โลภ โกรธ หลง ..แค่พื้นฐานแห่งจิต ที่อยู่ในกาย.ลด ละ ลง การบังคับให้รู้จักพอ..เมื่อยังไม่รู้จักพอ .ความอยากเป็น อยากไป นิพพาน คือ กิเลส ดี อย่างหนึ่ง .จึงดับลงไม่ได้ ..ดับ คือ ปล่อยวาง ทำให้ว่างเปล่า..
"รู้เรา รู้ตัวเรา รู้ไม่ใช่ของเรา"..รู้แล้วต้องปฏิบัติให้ได้จริง เป็นจริง คือ บรรลุธรรม
คำสอนต่างๆ ที่สอน คือ สอนให้รู้จิตเรา การปฏิบัติหรือทำนั้นสำคัญกว่าการรู้ ความรู้แค่ความจำ การปฏิบัติทำให้เกิดปัญญา เพราะรู้จริง ทำจริง .ไม่ว่าอะไรล้วนเป็นธรรมะ ทั้งสิ้น เพราะเป็นความจริง ที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เรายังไม่รู้เท่านั้น
ดังนั้น พุทธเจ้าองค์ต่อไป คำสอนที่จะสอนให้คนเรารู้ความเป็นจริง ก็จะเกิดขึ้นในยุคเสื่อมสุดๆของจิตของคนเรา คือความไม่รู้ตัวตนที่แท้จริง มีจำนวนมากขึ้น เกิดความวุ่นวาย จนหาความสงบไม่ได้
เมื่อจิตไม่มีที่พึ่งที่เป็นจริง นับถือไปตามความเชื่อ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริง เป็นจริง ความเชื่อเหล่านี้ ก็จะค่อยเสื่อมหายไป ขณะเดียวกันมีคนอีกกลุ่มที่แสวงหาความจริง ความสงบ และเมื่อปฏิบัติแล้ว รู้จริง ได้ด้วยตนเอง สามารถอธิบายได้ ทำได้ นั่นแหละจึงเจ้าสู่ยุค ศิวิไลย์ พบพระพุทธเจ้าองค์ใหม่..
คำสอน ของพระอริยสงฆ์ ..ยังไม่บรรลุโสดาบัน.มีหลายรูปแบบ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น